When Science Meets Art: We Are Sending the First Museum to the Moon

“The greatest scientists are artists as well,” said Albert Einstein.

Most people still think Arts and Science are polar opposites. Similarly  in education,traditionally, universities and students view them as separate institutions. Students often select a degree in one or the other, usually sticking to one side of the wall.

Speaking frankly, it has been argued that this way of traditional learning is far from the ideal learning approach that prepares students for workplaces in the twenty-first century.

Multi-disciplinary learning could be the answer to supply students with important transferable skills such as critical thinking, communication and analysis; all important and continually developing at all stages of life. Students will be equipped with unique problem-solving skills.

They could draw information from diverse sources and seek collaborations to produce work that matters; the outcome of such knowledge production is socially robust knowledge.

The institutions are serving students best if they enable and encourage students to build their own interdisciplinary pathway. This approach is sure to help students think abstractly whilst considering a wide range of perspectives on many issues. Also, it assists in the fostering of a love of learning, igniting a spark of enthusiasm and addressing learning differences for students. In particular, art has long contributed greatly to work and communication of science therefore, Art and science should be the ideal learning discipline to be partnered together.

At Carnegie Mellon University (CMU), they offer a robust multi-disciplinary learning experience for students, including inter-college degrees, interdepartmental majors and minors, and other interdisciplinary opportunities. There are dual degree programs available, which allow for combinations of studies in fine arts and natural science, engineering and humanities, alongside other colleges.

Students can add additional majors and minors across colleges to pursue a wide range of interests through unique academic combinations. For instance, the freshman students will learn an introduction to fundamental computing principles and programming techniques for creative cultural practices, with special consideration to applications in music, design and the visual arts. Also, many students have an aptitude for creativity and collaborative innovation, and pursue this interest through the Integrative Design, Arts and Technology (IDeATe) network.

This opportunity allows the student to learn by making connections between ideas and concepts across disciplinary boundaries from science to arts. It creates a powerful learning experience and emphasizes integrative learning, critical thinking, and creative problem solving.

It is believed that students at CMU are highly motivated as they have a vested interest in pursuing topics that are interesting to them. They begin to consolidate learning by synthesising ideas from many perspectives and consider alternative ways of acquiring knowledge. Particularly, students learn creative solutions to some of today's most challenging problems and become interdisciplinary thinkers who analytically and creatively embrace new ideas beyond any traditional boundaries.

Notably, CMU has led to a lot of fascinating and ground-breaking research. A recent study is regarded as a renowned research project from a collaborative and integrated project, designed by a team of CMU arts design and science faculties. The project is led by Lowry Burgess, a space artist and professor at Carnegie Mellon University (CMU) in a collaboration with over 250 prominent artists, musicians, scientists, technologists, writers, and designers that have all brought the first-of-its-kind international cultural artefact into reality. Known as  ‘MOONARK’, it is the first museum to capture a portrait of humanity in just six ounces, that will be sent to the Moon by an Astrobotic lander carried by a Space X Falcon 9 rocket in 2020.

Two Twin MoonArks have been created; one to send to the the Moon, and the other to remain on Earth to travel across the world, aiming to reach millions of people through digital and print publications and curated exhibitions.  It is also hoped that the project will create the opportunity for conversation between humankind and the mysterious universe.

The project has been built with the cohesive theme that massively integrated sculpture that poetically sparks fascination through the combination of the arts, poets, humanities, sciences, and technologies; It is a kind of research that could only happen in a place offering  interdisciplinary learning, likeCMU.

The ark comprised of four independent chambers, that can be assembled together to form a totem that carries a visual and physical narrative from the earth chamber, right through to the other chambers to tell a more complex and richer integrative story of humanity. It contains hundreds of images, poems, music, nano-objects, mechanisms, and earthly samples intertwined through complex narratives that merge the line between worlds seen and unseen. It is designed to focus our attention from the Earth outward, into the cosmos and beyond, finally reflecting back to Earth as a boundless dialogue that speaks to our context within the universe.

Above all, CMU affords its researchers the freedom to look across disciplines for solutions, benefiting from many perspectives such as challenging curiosities and acquiring passion to imagine and deliver work that matters to us, to all humanities.

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกล่าวไว้ว่า “นักวิทยาศาตร์ที่ยิ่งใหญ่ล้วนก็คือศิลปินชั้นยอด”

ใครหลายคนยังคิดว่าศิลปะ กับวิทยาศาสตร์เป็นขั้วตรงกันข้ามกัน อย่างในด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยกับนักเรียนมักมองทั้งสองศาสตร์แตกเป็นสองแขนง ผู้เรียนมักเลือกเรียนแขนงใดแขนงหนึ่งซึ่งทำให้การเรียนรู้จำกัดอยู่ที่ศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว การแบ่งแยกการเรียนรู้เป็นสองศาสตร์เช่นนี้ เป็นการเรียนรู้แบบเก่าๆ ที่ยังดูเหมือนห่างไกลจากการเรียนรู้ในอุดมคติ ที่จะต้องเตรียมนักเรียนให้พร้อมทำงาน มีความรู้รอบตัว และเอาตัวรอดในโลกศตวรรธที่ 21 ได้

การเรียนรู้แขนงใหม่ ที่เรียกว่า ‘การศึกษาแบบสหวิทยาการ’ ( multi-disciplinarylearning) ถือเป็นคำตอบให้กับนักเรียน เพราะเป็นการบูรณาการในลักษณะนำเนื้อหาจากหลายกลุ่มสาระมาเชื่อมโยงเพื่อจัดการเรียนรู้ หรือการทำวิจัยในหัวข้อเดียวกัน ซึ่งถือเป็นการบ่มเพาะทักษะสำคัญในการเชื่อมโยงความรู้ของศาสตร์หลายแขนงเข้าด้วยกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ รวมถึงการสื่อสารและการวิเคราะห์ในการแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นคสรได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต การเรียนแบบบูรณการณ์ จะช่วยให้นักเรียนได้รับทักษะการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนใคร พวกเขาสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายและบูรณาการณ์เพื่อผลิตงานที่มีความสำคัญ ผลลัพธ์ของการผลิตความรู้ดังกล่าวคือความรู้ที่ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันและนำพาโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง


สถาบันการศึกษาสามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้ ถ้าสามารถเปิดโอกาสให้นักเรียนวางแผนการเรียนแบบบูรณาการณ์ของตนเอง วิธีการนี้ช่วยให้นักเรียนเปิดกว้างมุมมองทางความคิด  ทั้งยังช่วยส่งเสริมความใฝ่รู้ในการเรียน จุดประกายความกระตือรือร้นและเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของการเรียนในแต่ละคน มีการกล่าวกันว่าศิลปศาสตร์ มีส่วนร่วมอย่างยาวนานในการทำงานและเอื้อในด้านการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นศิลปศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ควรเป็นคู่การเรียนรู้ในอุดมคติที่ควรเรียนรู้ควบคู่กันไป ไม่ควรแยกออกจากกัน

ที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เน้นการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาออกแบบการเรียนของตน โดยมีการบูรณาการหลักสูตรระหว่างวิทยาลัยสาขาวิชาเอกและวิชารอง มีหลักสูตรปริญญาสองหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผสมผสานการเรียนในสาขาศิลปกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติวิศวกรรมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ควบคู่ไปกับภาควิชาสาขาอื่น ๆ

นักเรียนสามารถเพิ่มวิชาเอกและโทเพิ่มเติมในแผนการเรียนเพื่อลองค้นหาความสนใจที่หลากหลายผ่านการผสมผสานทางวิชาการที่ไม่เหมือนใคร ตัวอย่างเช่นนักเรียนใหม่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการคำนวณพื้นฐานและเทคนิคการเขียนโปรแกรมสำหรับการปฏิบัติเชิงสังคมและวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ในด้านการผลิตดนตรี การออกแบบและทัศนศิลป์ นอกจากนี้นักเรียนหลายคนมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมจะได้ทำงานวิจัยผ่านเครือข่ายการออกแบบเชิงบูรณาการศิลปะและเทคโนโลยี (IDeATe)

ซึ่งการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยการเชื่อมโยงระหว่างความคิดและแนวคิดข้ามขอบเขตทางวินัยจากวิทยาศาสตร์ไปสู่ศิลปะ มันสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทรงพลังและเน้นการเรียนรู้แบบบูรณาการการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์

เชื่อว่านักเรียนที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนมีแรงจูงใจในการเรียนสูง เนื่องจากพวกเขามีความสนใจในการใฝ่หาหัวข้อที่พวกเขาสนใจ พวกเขาเริ่มรวมการเรียนรู้โดยการสังเคราะห์แนวคิดจากหลายมุมมองและพิจารณาวิธีการอื่นในการรับความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์กับปัญหาที่ท้าทายที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้พวกเราเหล่านั้นกลายเป็นนักคิดแบบสหวิทยาการที่วิเคราะห์และสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ นอกเหนือจากขอบเขตแบบดั้งเดิมในที่สุด

เป็นที่รู้กันว่ามหาลัยคาร์เนกีเมลล่อนมีผลงานการวิจัยที่น่าสนใจและล้ำสมัยมากมาย ตัวอย่างเช่นการวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นโครงการวิจัยที่มีชื่อเสียงจากโครงการความร่วมมือและบูรณาการซึ่งได้รับการออกแบบโดยทีมงานออกแบบศิลปะและคณะวิทยาศาสตร์ นำโดย โรลี่ เบอร์กีซ (Lowry Burgess) ศิลปินอวกาศและศาสตราจารย์ที่มหาลัยคาร์เนกีเมลล่อน ซึ่งได้ร่วมมือกับศิลปิน นักดนตรี นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี นักเขียน และนักออกแบบที่มีชื่อเสียงกว่า 250 ท่าน สร้างสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมของความเป็นมนุษยชาติ ในนาม 'MOONARK' ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่เล่าเรื่องราวของเหล่ามนุษย์ที่มีน้ำหนักเพียง 170 กรัม ซึ่งจะถูกส่งไปยังดวงจันทร์โดย จรวด Space X Falcon 9 จาก Astrobotic lander ในปี 2020 นี้ โครงการนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยรูปแบบที่อาศัยความกลมกลืนของการสรรสร้างประติมากรรมที่จุดประกายความหลงใหลผ่านการผสมผสานของศิลปะ กวีศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

Twin MoonArks คู่นี้ถูกสร้างขึ้นโดยชิ้นหนึ่งจะถูกส่งไปยังดวงจันทร์ โดยหวังว่าจะสร้างโอกาสในการสนทนาระหว่างมนุษย์และจักรวาลลึกลับได้ และอีกชิ้นจะอยู่บนโลกซึ่งจะเดินทางไปทั่วโลกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าถึงผู้คนนับล้านผ่านสื่อดิจิตอลและสื่อสิ่งพิมพ์และการจัดนิทรรศการ

ตัว  MoonArks ประกอบด้วยห้องเล็กๆสี่ห้องที่สามารถรวมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างเรื่องราวสัญลักษณ์ที่มีการบรรยายด้วยภาพและร่างกายจากห้องโลกไปจนถึงห้องอื่น ๆ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นของมนุษยชาติ หลายร้อยภาพบทกวีเพลงวัตถุนาโนกลไกและตัวอย่างของโลกที่ได้รับการเรียงร้อยเข้าด้วยกันและนำเสนอผ่านเรื่องเล่าที่ซับซ้อนที่ผสานเส้นแบ่งระหว่างโลกที่มองเห็นและมองไม่เห็น มันถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นความสนใจของเราจากโลกภายนอกสู่จักรวาลและอื่น ๆ ในที่สุดก็สะท้อนกลับสู่โลกในฐานะบทสนทนาที่ไม่มีขอบเขตที่พูดถึงบริบทของเราภายในจักรวาล

เห็นได้ว่า จากผลงานการประดิษฐ์ MookArks มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนได้มอบโอกาสสำคัญให้นักเรียน และนักวิจัยมีอิสระในการเรียนรู้อย่างไร้ขอบเขต เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่มาพร้อมความท้าทายที่น่าสนใจและการแสวงหาความหลงใหลในการจินตนาการอย่างไม่สิ้นสุด เป็นการพิสูจน์ให้รู้ว่าจินตนาการของเราไม่ได้หยุดแค่ที่ “โลก” เท่านั้น

References:

https://www.edutopia.org/blog/a-cornucopia-of-multidisciplinary-teaching-vincent-mastro

https://www.cmu.edu/academics/interdisciplinary-programs.html

http://moonarts.org

 

Written By: